ผมได้รู้จักพี่อ้อย ตอนเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพภาวะผู้นำ เมื่อปี 2560 โดยมีคุณหมอโกมาตร เป็นครูใหญ่ของทุกคน เราได้เดินทางเรียนรู้ด้วยกันทั้งปี และเกิดมิตรภาพงอกงามตามมาในปีต่อๆมา ยิ่งทำให้ได้รู้ว่าพี่อ้อยเป็นรุ่นพี่โรงเรียนสามัคคีถึง 5 รุ่น เป็นคนเก่ง สนุก ชอบวงแลกเปลี่ยน เป็นกันเอง ไม่ถือตัว มาเจอพวกเราหลายๆคนน่าจะคิดว่าแปลกไม่น้อยที่ต่างมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างกัน เราได้มีโอกาสไปเที่ยวรวมรุ่นที่เกาะยาวน้อย เลยได้สนิทสนมกันมากขึ้นทั้งพี่อ้อยและพี่ต๋อย นับว่าเป็นคู่ที่น่ารักและเป็นตัวอย่างชีวิตคู่ที่ดูแลใกล้ชิดสนิทสนมมาก โมโม่และมุกก็ได้มีโอกาสสัมผัสความอบอุ่นของป้าอ้อยและลุงต๋อยด้วย

ช่วงที่พี่อ้อยยังสอนอยู่ที่คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงก็ได้เชิญผมให้ได้ช่วยอบรมนศ.แพทย์ที่แกอยากพัฒนาให้มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ที่เข้าอกเข้าใจตัวเองและผู้อื่น รวมทั้งคนไข้ด้วย ผมรับรู้ที่ความตั้งใจอันดีและความเป็นครู (รวมทั้งความเป็นมนุษย์แม่) ที่อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกศิษย์ทุกคน

มาตอนหลังพี่อ้อยป่วยและทำการรักษามาเรื่อยๆ ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้างเป็นบางครั้ง ก็รู้ว่าแกเป็นนักเรียนนักวิจัยหาวิธีรักษาและทำความเข้าใจโรคร้ายที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างเต็มที่ โดยได้รับกำลังใจและความช่วยเหลือจากพี่ต๋อย ลูกและพี่น้องในครอบครัว

พี่อ้อยเคยบอกผมว่า "ถ้าพี่หายจะขอติดตามเดินทางไปเรียนรู้กับงานที่ผมทำด้วย" (คงอยากได้เดินทางไปที่ๆธรรมชาติ เพราะแกรักธรรมชาติมาก) ผมบอกว่ายินดีมากครับ และยังคงหวังว่าพี่จะหายและได้ทำตามนั้น แต่แล้วธรรมชาติก็ไม่นำพาให้เป็นดังนั้น ผมรู้ว่าพี่อ้อยยอมรับธรรมชาติของชีวิตและเป็นตัวอย่างความเข้มแข็งให้กับพวกเราที่ยังมีชีวิตอยู่

ในโอกาสที่พี่อ้อยได้จากพวกเราไปนี้ ผมขอขอบคุณความรักและความใส่ใจทุกอย่างที่ผลและครอบครัวได้รับจากพี และขอตั้งใจว่าหากได้เดินทางไปทำงานอีก ก็จะแอบคิดว่าพี่อ้อยได้มาด้วยจริงๆ และขอให้พี่ต๋อย น้องฟอร์จูน เอมเม่ ยังเป็นส่วนหนึ่งของมิตรภาพคศน.ตลอดไปนะครับ

รักพี่สาวคนนี้นะครับ