ตอนที่ได้รับการทาบทามให้พูดในเวที TEDx ครั้งแรกของเชียงราย ผมรู้สึกทั้งตื่นเต้นและดีใจ เพราะเป็นคนที่ชื่นชม TED มานาน ไม่ว่าจะฟังใครพูด เรื่องอะไรก็มักจะสัมผัสได้ว่าผู้พูดมีความจริงแท้ในสิ่งที่แบ่งปัน และฟังแล้วมีคุณค่าเสมอ

พอผู้จัดเชิญให้ผมพูดเรื่อง Vision Quest ผมก็คิดในใจว่า “สบายมาก” เพราะเคยเล่ามาหลายครั้งแล้ว แต่พอถึงเวลาต้องทำบทพูดภายใน 15 นาทีจึงรู้ว่านี่คือความท้าทายอย่างแท้จริง เป็นการออกแบบที่จะเล่าเรื่องตัวเอง นำเสนอสิ่งใหม่ และยังคงมีประโยชน์กับผู้ฟังมากที่สุด

ผมอยากชื่นชมทีมน้องลี่ ส้ม และมิ้นท์ curator ที่สร้างบรรยากาศอบอุ่นและให้กำลังใจ รวมทั้งโรจน์กับเก่งที่ให้ใช้พื้นที่ The Roastery เป็นที่ซ้อม และดีใจที่ได้พบทั้งเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ เห็นศักยภาพและความจริงใจของคนเชียงรายที่ปกติไม่ค่อยได้มารวมตัวกัน

ระหว่างซ้อม ผมสังเกตว่าสามารถปรับแก้รายละเอียดได้ไม่ยาก และได้เห็นความพยายามของเพื่อนๆ speaker ที่แม้จะเชี่ยวชาญในงานของตัวเอง แต่เมื่ออยู่บนเวทีระดับโลกในเวลาจำกัด ก็ย่อมมีความกังวล ซึ่งสำหรับผม มันทำให้นึกถึง “ม้าป่า” ที่เคยวิ่งอยู่ในทุ่งกว้าง แต่พอถูกจำกัดให้อยู่ในคอกแคบ ก็ย่อมรู้สึกกระวนกระวาย หากม้าตัวนั้นไม่สามารถแสดงความเป็นธรรมชาติออกมา ก็น่าเสียดาย เพราะผู้ฟังต่างอยากสัมผัส “ตัวจริง” มากกว่าคำพูดที่ถูกต้องสมบูรณ์แต่ไร้จิตวิญญาณ

คืนก่อนงาน ผมฝันว่าขณะพูดอยู่บนเวที ผมหมดสติล้มลง ฟื้นขึ้นมาแล้วพูดจากความเป็นธรรมชาติที่สุด ผมรู้ว่านั่นคือข้อความจากจิตไร้สำนึก ว่าผมต้องยอมให้ “บางสิ่งตายไป” — ส่วนที่อยากพูดให้ถูกใจผู้คน มากกว่าพูดจากความจริงลึกในใจ และนั่นยิ่งสอดคล้องกับหัวข้อ Vision Quest ซึ่งแท้จริงคือการปล่อยให้ตัวตนเดิมตายไป เพื่อกำเนิดตัวตนใหม่ที่มีคุณค่าแท้จริง

ผมไม่ใช่นักพูดเก่ง แต่ผมเป็น “นักฟัง” ผมฟังผู้คน ฟังเวที ฟังธรรมชาติ ฟังเสียงเจตนาของงาน และฟังแม่น้ำกกกับขุนน้ำนางนอนว่าพวกเขาอยากฝากอะไรถึงลูกหลาน การพูดของผมจึงเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผมฟังได้ และจะขาดพลังทันทีถ้ายังติดกังวลกับภาพลักษณ์ของตัวเอง

และเพราะเป็นผู้พูดคนสุดท้าย ผมจึงได้ซึมซับพลังงานจากทุกคนก่อนหน้า พอถึงเวลาจริง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การเล่าเรื่องธรรมดา แต่เป็นการทำ “พิธีกรรมเล็กๆ” ด้วยเสียงขลุ่ยชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกัน และคำเชื้อเชิญให้ผู้คนหลับตา ฟังเสียงข้างในของตนเอง เพื่อเข้าถึงสิ่งที่คำพูดอาจอธิบายได้ไม่หมด ว่า Vision Quest คืออะไร

การได้เป็นเหมือน “หมอผีร่วมสมัย” (contemporary shaman) อาจฟังดูไม่คุ้นหู แต่สำหรับผม นั่นคือสิ่งที่รักและทำได้ดี เรื่องราวการเดินทางของผมในทะเลทรายเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง แต่สาระสำคัญคือมนุษย์ทุกคนต่างมีเส้นทางค้นหาความจริงแท้ของตนเอง หากเรากล้าปล่อยการควบคุม วางความกลัว และเปิดรับพลังจากธรรมชาติ ที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเราเอง เราก็จะพบคุณค่าที่ไม่อาจถูกตัดสินด้วยมาตรฐานภายนอกใดๆ

สุดท้าย ผมอยากขอบคุณทีมจัดงาน ผู้สนับสนุน ผู้ฟังที่มาอย่างตั้งใจ และโดยเฉพาะครอบครัวที่คอยสะท้อนอย่างจริงใจว่า แบบไหนคือ “ตัวผมจริงๆ” และแบบไหนไม่ใช่

TEDxChiengrai